มท. โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำโขง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง 10 จังหวัด สธ. เปิดศูนย์ปฏิบัติการฯ รับมือและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง

นายกฯ ห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ จ.หนองคาย

(14 ก.ย. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เผยแพร่ข้อความห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.หนองคาย โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X พร้อมสั่งการทุกหน่วยงานเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและให้รายงานนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการประเมินสถานการณ์เพื่อสั่งการการช่วยเหลือภาครัฐได้ทันท่วงที ทั้งนี้ ยังขอให้ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดด้วย

ทั้งนี้ สำนักงาน ปภ. จังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ จิตอาสา อาสาสมัคร มูลนิธิพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือแล้ว โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตได้สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าให้ความช่วยเหลือ และมีการประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการสื่อสารแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ปภ. เร่งระดมทีมปฏิบัติการ - เครื่องมืออุปกรณ์ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำริมโขง

นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขงร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พบว่าปริมาณฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อาจส่งผลให้ช่วงวันที่ 13 - 16 ก.ย. 2567 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการเกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ห่วงใยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนได้สั่งกำชับให้ ปภ. เตรียมรับมือสถานการณ์โดยเร่งด่วน ให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 14 อุดรธานี และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด 4 จังหวัดริมแม่น้ำโขง (หนองคาย นครพนม เลย บึงกาฬ) ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชม. รวมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) นำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำการในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมแล้ว พร้อมประสานจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหาร อาสาสมัครมูลนิธิ อาสารักษาดินแดน (อส.) หน่วยงานราชทัณฑ์ ให้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์โดยมีการระดมกำลังพลและเครื่องมืออุปกรณ์ รถบรรทุก เครื่องสูบน้ำ เรือท้องแบน กระสอบทราย เพื่อเตรียมพร้อมรองรับน้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่แล้ว

สถ. ประชุมซักซ้อมเตรียมพร้อมรับสถานการณ์

นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย ประชุมซักซ้อมและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำหลาก น้ำท่วมขัง และน้ำล้นตลิ่ง พร้อมด้วยท้องถิ่นจังหวัด 10 จังหวัด ข้าราชการและบุคลากรสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์

หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีข้อสั่งการเร่งด่วนให้ สถ.ซักซ้อมและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดริมแม่น้ำโขงและจังหวัดที่มีปริมาณน้ำสูงจำนวน 7 จังหวัด คือ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี และจังหวัดที่ได้มีการรับมือน้ำท่วมมาก่อนหน้านี้ 3 จังหวัด ได้แก่ แพร่ น่าน และพะเยา 

เนื่องจากอิทธิพลจากร่องมรสุมทำให้ประเทศไทยมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ในช่วงวันที่ 14 - 18 ก.ย. 2567 ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่แม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.เชียงราย และเชียงใหม่ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชน มีประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมากและประกอบกับจะมีพายุโซนร้อนกำลังแรง ‘เบบินคา (BEBINCA)’ จะเลื่อนลงมาผ่านภาคเหนือตอนบน และตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระหว่างวันที่ 14 - 17 ก.ย. 2567 

สทนช. เตือนเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำโขง สูงขึ้น 12 – 16 ก.ย.

ข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มีประกาศฉบับที่ 14 แจ้งเตือนเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ช่วงวันที่ 12 – 16 ก.ย. 2567 ขอให้พื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและท่วมขัง 

- การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ ขอให้ติดตามสภาพอากาศ การจัดทำแผนเผชิญเหตุอุทกภัย การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงสถานที่ใช้กักเก็บน้ำ/กั้นน้ำ การบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ การระบายน้ำและการเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ การกำจัดเศษวัชพืช รวมถึงการเตรียมความพร้อมในส่วนของงบประมาณ และการแจ้งเตือนภัย ขอให้แจ้งเตือนให้ประชาชน นักท่องเที่ยวที่สัญจรทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ประกอบการในบริเวณริมแม่น้ำโขง และผู้ที่อาศัยในพื้นที่บริเวณดังกล่าวติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขง รวมถึงประชาสัมพันธ์ช่องทางการให้ความช่วยเหลือ ช่องทางการแจ้งเหตุต่าง ๆ หรือสายด่วนให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง 

- ระหว่างการเผชิญเหตุ ให้ อปท. จัดตั้งศูนย์บัญชาการของ อปท. เมื่อเกิดฝนตกหนัก ให้ อปท. จัดชุดปฏิบัติการเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน และให้มอบหมายเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบและอาสาสมัครเฝ้าระวังพื้นที่ชุมชนและให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะด้านการดำรงชีพ เช่น ความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม และการรักษาพยาบาล เป็นต้น 

- หลังเกิดเหตุ หากมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุและระหว่างการเผชิญเหตุ หวังว่าการรับมือกับสถานการณ์ในช่วงหลังเกิดเหตุจะมีความทุเลาเบาบาง และจะไม่มีความเสียหายมากมายนัก จึงขอให้ทางจังหวัดมีการซักซ้อมเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างเต็มกำลังความสามารถ

สธ.เปิดศูนย์ปฏิบัติการฯ รับมือสถานการณ์

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและหน่วยบริการต่าง ๆ ยกระดับมาตรการเพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัย หลังจากที่ สทนช. ประกาศเตือนจังหวัดริมแม่น้ำโขงรับมือน้ำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งได้รับรายงานจากผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฉุกเฉินถึงสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.หนองคาย เบื้องต้นระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนริมน้ำโขงได้รับผลกระทบ จำนวน 5 อำเภอ 19 ตำบล 67 หมู่บ้าน ไม่มีรายงานประชาชนได้รับบาดเจ็บ สูญหาย หรือเสียชีวิต รวมถึงยังไม่มีรายงานหน่วยบริการสาธารณสุขได้รับความเสียหาย

         สำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยง พบว่าทั้ง 9 อำเภอของ จ.หนองคาย มีผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงรวม 1,812 ราย มีการประสานหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในพื้นที่ 5 อำเภอเสี่ยง ได้แก่ เมืองหนองคาย ท่าบ่อ โพนพิสัย สังคม และอำเภอศรีเชียงใหม่ รวมทั้งหมด 21 ราย 

ส่วนการเฝ้าระวังป้องกันสถานการณ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคายได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) กรณีอุทกภัย พร้อมสั่งการทุกอำเภอในพื้นที่เสี่ยงให้เปิด PHEOC เฝ้าระวังป้องกัน และให้การดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการ รวมถึงเฝ้าระวังป้องกันโรคที่มากับน้ำท่วมและให้การดูแลด้านจิตใจผู้ประสบภัย เพื่อป้องกันภาวะเครียดด้วย

ช่องทางติดตามขอความช่วยเหลือ

สำหรับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งเหตุได้ที่  

• โทร.สายด่วนอุทกภัย 67 อีสานตอนบน ปภ. 1784 

• แพทย์ฉุกเฉิน 1669 

• ทางหลวง 1586 

• การไฟฟ้า 1129 

• ตำรวจ 191 

• ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก 044-245-946

• "แพลตฟอร์ม HelpT" (รับแจ้งเหตุฉุกเฉินและให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชม.)


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar